เทคโนโลยีเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความสามารถในการแปลภาษาและประมวลผลคำสั่งโปรแกรมในการรับรู้ข้อมูลเข้าไปในเครื่อง คำนวณทางด้านคณิตศาสตร์และตรรกวิทยา แสดงผลลัพธ์สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงกับต้องมีการจัดซื้อจัดหาไปใช้ในหน่วยงาน ห้างร้านและบริษัทต่างๆ นั้นเป็นเพราะความสามารถหลายประการด้วยกันคือความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ รายงานและสืบค้นข้อมูลได้รวดเร็ว ดังนั้นคอมพิวเตอร์จึงเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกสำนักงานมีการนำเข้าไปประยุกต์ใช้กับงานด้านต่างๆ
สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของคอมพิวเตอร์
2. องค์ประกอบพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
3. ความสามารถของคอมพิวเตอร์
4. การนำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปใช้ในหน่วยงาน
1. ความหมายของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ (Computer) หมายถึง อุปกรณ์ทางอิเล็คทรอนิกส์ ที่สามารถกำหนดชุดคำสั่ง (Programmed) เพื่อให้เกิดการรับข้อมูลจากส่วนนำเข้า (Input Unit) แล้วนำมาทำการประมวลผล (Processing) ให้เกิดเป็นสารสนเทศในส่วนแสดงผลลัพธ์ (Output Unit) ที่เกิดประโยชน์และเราเก็บสารสนเทศเหล่านี้ไว้ในส่วนสำรองข้อมูล (Secondary Storage) ที่เราสามารถนำกลับมาใช้หรือปรับแก้ได้ตามต้องการ
2. องค์ประกอบพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กไปถีงคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีการทำงาน ซับซ้อนเพียงใดก็ตาม เมื่อเราพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่ามี องค์ประกอบเหมือนกัน คือ ส่วนนำเข้า (Input) ส่วนประมวลผล (Process) ส่วนแสดงผล (Output) และส่วนเก็บข้อมูล (Storage)
ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือที่เราเรียกว่า พีซี ที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยจะเห็นได้ว่า พีซีมีส่วนของอุปกรณ์นำข้อมูลเข้า ซึ่งจะนำข้อมูลเข้าไปสู่ส่วนการประมวลผล กลางที่อยู่ในเครื่อง (กล่องสี่เหลี่ยมด้านซ้ายของจอภาพที่เรียกว่า โปรเซสเซอร์ ลักษณะกล่องวางเป็นแนวตั้งเราเรียกว่า "ทาวเวอร์" (Tower) เพราะมีลักษณะเหมือนหอคอย นิยมตั้งไว้ที่พื้นเพื่อประหยัดเนื้อที่ทำงาน) โดยผ่านอุปกรณ์ที่เราเรียกว่า เมาส์ คีย์บอร์ด หรือไมโครโฟนและแสดงผลในส่วนแสดงผลโดยผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า จอภาพหรือเครื่องพิมพ์และถ้ามีเสียงก็จะส่งออกทางลำโพงได้เช่นกันและถ้าต้องการเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ ก็จะเก็บข้อมูลไว้ในส่วนสำรองข้อมูลโดยผ่านเครื่องอ่านและเขียนแผ่นดิสก์เก็ต ปัจจุบันที่นิยมใช้ จะเป็นแผ่นดิสก์เก็ต ที่มีขนาด 3 นิ้ว หรือเก็บไว้ในเครื่องอ่านหรือเขียนฮาร์ดดิสก์ ที่สามารถนำข้อมูลออกมาใช้ได้สะดวกและรวดเร็วกว่า นอกจากนี้เราอาจเก็บข้อมูลลงในอุปกรณ์ที่เรียกว่าเครื่องอ่านและเขียน CD-ROM ในลักษณะข้อมูลที่เป็นดิจิตอล
3. ความสามารถของคอมพิวเตอร์
1. ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์จะทำงานได้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงกับต้องมีการจัดซื้อจัดหาไปใช้ในหน่วยงาน ห้างร้าน และบริษัทต่าง ๆ นั้น เป็นเพราะความสามารถสำคัญหลายประการด้วยกันคือ ต้องมีข้อมูล และถ้าจะให้ดีและรวดเร็วก็ควรจะให้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลเข้าไปทำงานได้โดยอัตโนมัติเสียด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ หรือตู้เอทีเอ็มนั้นสามารถอ่านบัตรเอทีเอ็มซึ่งบันทึกหมายเลขบัญชีของเจ้าของบัตร และรับข้อมูลว่า เจ้าของบัตรต้องการจะฝากหรือถอนเงินได้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างอื่น ๆ ได้แก่
1.1 การใช้ดินสอฝนบนกระดาษคำตอบข้อสอบ แล้วนำไปเข้าเครื่องอ่าน เพื่อให้คอมพิวเตอร์ตรวจข้อสอบและคิดคะแนนสอบได้โดยอัตโนมัติ
1.2 การใช้รหัสแท่งติดบนฉลากสินค้า แล้วใช้เครื่องอ่านรหัสแท่งอ่านเพื่อส่งไปให้คอมพิวเตอร์ค้นว่าสินค้านั้นมีราคาเท่าใด
2. ความสามารถในการเก็บข้อมูลเอาไว้ใช้งานได้เป็นจำนวนมาก ๆ คอมพิวเตอร์โดยทั่วไปอาจเก็บข้อมูลต่าง ๆ เอาไว้ใช้งานได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ยกตัวอย่างเช่น หนังสือโดยทั่วไปขนาด 200 หน้า อาจจะมีตัวหนังสือรวมกันทั้งหมดประมาณ 500,000 ตัว ซึ่งนับว่ามากแล้วและกว่าเราจะอ่านจบก็ต้องใช้เวลานานหลายวัน แต่คอมพิวเตอร์ทั่วไปเวลานี้สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้เทียบเท่ากับตัวอักษรหลายล้านตัว หรือเท่ากับเก็บหนังสือไว้ในตัวได้หลายร้อยเล่ม การที่คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลได้มากมายมหาศาลนี้ ทำให้มีประโยชน์ในการเก็บบันทึกเรื่องราว ข้อความ สถิติ หรือภาพต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดแนวคิดเกี่ยวกับฐานข้อมูล ซึ่งจะนำมาอธิบายในตอนต่อ ๆ ไป ปัจจุบันมีงานที่เราต้องเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์มากมายหลายอย่าง อาทิ เช่น
- งานทะเบียนราษฎร์มีการเก็บข้อมูลของประชาชนทั้งประเทศไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว
- งานบริการหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งพนักงานโทรศัพท์หมายเลข 13 มีการเก็บชื่อที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าเลขหมายโทรศัพท์เอาไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว เมื่อ เราสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใด พนักงานก็จะค้นหาหมายเลขโทรศัพท์นั้นให้
- งานเวชระเบียนมีการเก็บรายละเอียดและประวัติของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เอาไว้ในระบบคอมพิวเตอร์แล้ว
3. การค้นหาข้อมูล การเก็บข้อมูลจำนวนมาก ๆ เอาไว้นั้น หากไม่มีระบบการเก็บที่ดีพอ ก็เหมือนกับการนำกระดาษเอกสารมากองสุมกัน เมื่อเราต้องการค้นหาเอกสารสักเรื่องหนึ่งก็จะเป็นการยากและเสียเวลามากที่จะรื้อกองเอกสารนั้นให้พบเรื่องที่ต้องการ ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คิดวิธีการและระบบต่าง ๆ ในการเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ให้ค้นหาเรื่องที่ต้องการออกมาได้โดยง่าย ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก หน่วยงานหลายแห่งได้เก็บข้อมูลเอาไว้มากมาย แต่ถ้าหากเก็บแล้วค้นคืนมาใช้ไม่ได้ ข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร
ตัวอย่างการค้นหาข้อมูลที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
3.1 การค้นหาว่านามสกุลที่ตั้งใหม่นั้นซ้ำกับของผู้ใดบ้างหรือไม่ จำเป็นจะต้องค้นและตรวจสอบกับนามสกุลของคนทั้งประเทศ
3.2 การค้นหาว่าลายนิ้วมือแฝงที่พบบนแก้วน้ำในห้องที่เกิดอาชญากรรมนั้นตรงกับลายนิ้วมือผู้ใดที่ได้บันทึกเก็บไว้หรือไม่
3.3 การค้นหาชื่อเจ้าของรถยนต์ที่ขับรถชนคนแล้วขับหนี แต่ผู้เห็นเหตุการณ์ได้จดหมายเลขทะเบียนรถยนต์เอาไว้แล้วส่งมาให้
4. ความสามารถในการคำนวณได้อย่างรวดเร็ว เป็นความสามารถสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างมหาศาลในกิจการทั่วไปไม่เฉพาะแต่เพียงด้านที่เกี่ยวกับการคำนวณอย่างเช่น งานวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมเท่านั้น คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้มีความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็วมาก แม้เครื่องขนาดเล็กก็ยังสามารถคำนวณได้รวดเร็ว ขนาดบวกเลขได้หลายล้านจำนวนต่อวินาที
ตัวอย่างประโยชน์จากความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็ว คือ
4.1 การวิเคราะห์ออกแบบอาคารสูงหลายสิบชั้น จำเป็นจะต้องแก้สมการหลายร้อยสมการซึ่งสุดวิสัยที่ผู้ใดจะคำนวณได้ในเวลาอันสั้น ถ้าหากให้วิศวกรโยธาคำนวณวิเคราะห์ อาคารสูงขนาด 50 ชั้น อาจจะต้องใช้เวลานานนับปี แต่ถ้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แล้วจะเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
4.2 การจัดทำภาพถ่ายดาวเทียมสำหรับพยากรณ์อากาศนั้น จำเป็นจะต้องทำการคำนวณเป็นปริมาณมากมายมหาศาล ถ้าหากไม่มีคอมพิวเตอร์ชนิดสมรรถนะสูงแล้วเราจะไม่สามารถนำสัญญาณภาพจากดาวเทียมมาแปลงเป็นภาพถ่ายได้เลย
4.3 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ทบวงมหาวิทยาลัยจัดสอบเป็นประจำทุกปีนั้น จะมีนักเรียนมาสอบมากถึงหนึ่งแสนคน การคิดคะแนน การจัดจำแนก และเปรียบเทียบคะแนนตามสาขาวิชาที่นักเรียนสมัคร เพื่อให้ได้ชื่อผู้ที่สอบคัดเลือกได้นั้นจะต้องใช้เวลานานหลายเดือน ถ้าหากไม่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย
5. ความสามารถในการสร้างภาพลายเส้น หรือภาพกราฟฟิก (Graphic) ทำให้เราอาจสร้างภาพกราฟแบบต่าง ๆ ทั้งกราฟแท่ง กราฟเส้น กราฟวงกลม หรือแม้แต่ภาพลายเส้น และภาพถ่ายได้ง่าย ส่งผลให้เกิดแนวคิดด้านการ “นำเสนอผลงาน” หรือ“การบรรยายสรุป” ที่ใช้ภาพกราฟฟิกประกอบเพื่อช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าการอ่าน หรือดูแต่เพียงตารางที่มีตัวเลขเต็มพรืด ความสามารถนี้ทำให้คอมพิวเตอร์เดินทางไเพื่อจัดพิมพ์รายงาน หรือเพื่อจัดทำเป็นแผ่นโปร่งใสประกอบการบรรยายสรุปได้
5.1 หน่วยงานอาจจัดทำระบบประวัติข้าราชการซึ่งบรรจุภาพถ่ายของเจ้าของประวัติไว้ด้วย เมื่อค้นหาประวัติของผู้ใดก็จะได้ปถึงโต๊ะของผู้บริหารมากขึ้นเนื่องจากเพียงแค่ใช้นิ้วกดคำสั่งเท่านั้น ผู้บริหารก็สามารถเรียกค้นดูแนวโน้มของเรื่องต่าง ๆ ได้โดยง่าย เช่น
- ผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ อาจใช้คอมพิวเตอร์แสดงแนวโน้มของความต้องการบริการของประชาชนเป็นกราฟเส้นได้ ทำให้ผู้บริหารสามารถคาดคะเนความสามารถของหน่วยงานได้ชัดเจนขึ้น
- ผู้บริหารอาจสั่งให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลการใช้งบประมาณด้านต่าง ๆ ในรอบปี งบประมาณมาจัดทำเป็นกราฟวงกลม เห็นภาพถ่ายของผู้นั้นพร้อมกันไปด้วย ทำให้การพิจารณาความดีความชอบง่ายขึ้น ไม่ผิดฝาผิดตัว
6. ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่น ๆ คอมพิวเตอร์นั้นทำงานได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ ดังนั้นจึงเหมาะที่จะนำไปใช้การทำงานที่ต้องอาศัยความรวดเร็วมาก ๆ เช่น ใช้ควบคุมเครื่องจักรในโรงงาน หรือควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงจักรไฟฟ้า
- การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการส่งก๊าซธรรมชาติจากโรงงานแยกก๊าซที่ระยองเข้าสู่ท่อส่งก๊าซไปยังโรงจักรไฟฟ้าที่บางปะกง
สรุป
ความสามารถของคอมพิวเตอร์มีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการศึกษา ปัญญาประดิษฐ์และการใช้งานส่วนบุคคลจะมีการเจริญเติบโตมากกว่าทางด้านอื่นๆ คอมพิวเตอร์มีบทบาททุกหน่วยงานซึ่งต้องอาศัยการส่งข้อมูลข่าวสารและการเก็บข้อมูล สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว นอกจากนั้นยังใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการออกแบบ การนำเสนอผลงาน การบันเทิง ฉะนั้นคอมพิวเตอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน
ที่มา : เว็บไซต์ http://chakrit54.wikispaces.com/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C
ที่มา : เว็บไซต์ http://chakrit54.wikispaces.com/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C

.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น